ข้อดี-ข้อเสียของการทำธุรกิจระบบ “กงสี”

การทำธุรกิจแบบกงสี คือระบบที่มักพบในกิจการครอบครัวแบบคนจีน ที่มีคนในครอบครัวเป็นสมาชิกทำงานร่วมกัน โดยรายได้ทั้งหมดจะรวมเป็นกองกลาง คล้ายกับการลงเรือลำเดียวกัน ช่วยกันทำมาหากิน ไม่แตกแยกจากครอบครัวใหญ่ ฟังดูเหมือนจะดี แต่ระบบกงสีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่น่าศึกษา ดังนี้

ข้อดีของระบบกงสี

  • ทุกคนในครอบครัวมั่งคั่งเสมอกัน : เมื่อพี่น้องทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ทุกคนเป็นเจ้าของกงสีร่วมกัน จึงถือว่ามีความมั่งคั่งเท่าเทียมกัน ในบางครอบครัวเงินกองกลางของกงสีจะถูกจัดสรรรไปยังสมาชิกแต่ละคนอย่างเท่า ๆ กัน หรือตามแต่จะร้องขอ พี่น้องจึงได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างเต็มที่
  • มีพื้นฐานที่รุ่นก่อนสร้างไว้ให้ : ธุรกิจกงสีส่วนมากมักจะเป็นกิจการเก่าแก่ที่พ่อแม่ปู่ย่าวางรากฐานไว้ให้ เมื่อรุ่นหลังเข้ามาบริหารต่อจึงไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ความเสี่ยงน้อยกว่าการก่อตั้งกิจการใหม
  • ปลูกฝังทายาทได้ตั้งแต่เด็ก : กิจการกงสีมักจะมีการสืบทอดทายาทจากรุ่นสู่รุ่น (ส่วนมากมักจะมอบแก่ลูกชายคนโต หรือลูกคนที่มีส่วนช่วยในการบริหารมากที่สุด) ด้วยเหตุนี้จึงสามารถปลูกฝังและฝึกสอนคนที่จะมารับช่วงต่อได้ตั้งแต่ยังเด็ก
  • ภาคภูมิใจที่ได้สานต่องานครอบครัว : สมาชิกกงสีหลายคนพอใจที่จะกลับมาช่วยกิจการครอบครัว ด้วยความภาคภูมิที่ได้สานต่อธุรกิจที่พ่อแม่สร้างไว้ให้เติบโต และบางคนอาจมองว่าเป็นความท้าทายที่จะได้พัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าทันโลกยุคใหม่

ข้อเสียของระบบกงสี

  • ความขัดแย้งในงานกระทบความสัมพันธ์ในบ้าน : การตัดสินใจเรื่องงาน กับการตัดสินใจเรื่องราวในบ้าน มักจะใช้พื้นฐานเหตุผลที่ต่างกัน แต่การทำงานในกงสี เรื่องงานกับเรื่องครอบครัวมักจะปะปนกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อเพื่อนร่วมก็คือเครือญาติของเราเอง เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบถึงอีกฝั่งอย่างแน่นอน
  • แบ่งผลประโยชน์ไม่เท่าเทียม : ในบางกรณี การแบ่งปันผลประโยชน์ในระบบกงสีอาจจะไม่ค่อยยุติธรรมนัก มีความเลือกที่รักมักที่ชังเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือถึงจะแบ่งเป็นจำนวนเงินเท่า ๆ กัน ก็ไม่ได้แปลว่าจะยุติธรรมเสมอไป เพราะสมาชิกอาจมองว่าตัวเองทำงานหนักกว่าคนอื่น หรือมีครอบครัวต้องดูแลมากกว่าพี่น้องที่ยังโสด เลยเกิดการขัดผลประโยชน์กันได้ง่าย
  • อำนาจตัดสินใจผูกขาดที่คนไม่กี่คน : ในระบบกงสีจะมีผู้มีอำนาจสูงสุดเป็นคนตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มผู้หลักผู้ใหญ่ภายในบ้าน บ่อยครั้งที่คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่เห็นไม่ตรงกัน และเมื่อการตัดสินใจขึ้นอยู่กับคนไม่กี่คน จึงมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย
  • การสืบทอดอาจไม่ได้คัดจากความสามารถเสมอไป : อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างบน ว่าผู้สืบทอดกงสีมักจะเป็นไปตามธรรมเนียมดั้งเดิม คือมอบให้กับลูกชายคนโต หรือลูกหลานคนโปรด แต่ในบางครั้ง ผู้สืบทอดที่ถูกกำหนดไว้อาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมที่สุด หรือมีความสามารถมากที่สุดก็ได้ ถึงแม้พี่น้องคนอื่นจะเก่งกว่า มีประสบการณ์สูงกว่า หรือทุ่มเทมากกว่า ก็ไม่สามารถก้าวหน้าขึ้นมาบริหารได้ง่าย ๆ กลายเป็นอุปสรรคในความก้าวหน้าของกิจการ หรือความขัดแย้งรุนแรงในครอบครัว

ถ้าคิดจะทำธุรกิจด้วยระบบกงสี ควรให้ความสำคัญกับการแบ่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิก การแบ่งอำนาจตัดสินใจ และการวางแผนสืบทอดให้ถี่ถ้วนและเป็นธรรมที่สุด เพื่อลดโอกาสความขัดแย้ง และที่สำคัญคือต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไว้ อย่าลืมว่าทุกคนมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้กิจการครอบครัวรุ่งเรืองนั่นเอง